[SF] Marry me แต่งงานกันเถอะ!!
posted on 12 Jun 2010 11:08 by tobiogata in Short-Fan-Fic



“ท่านแม่ ท่านบ้าไปแล้วหรืออย่างไร นี่ท่านจะให้ข้าไปเข้าพิธีเลือกเจ้าสาวนี่น่ะหรือ”
“โถ่....ก็ท่านพี่เจ้าเล่นหนีไปพร้อมเจ้าต่างเมือง แล้วจะให้แม่ทำอย่างไร..เอาเถอะจุนซู..เจ้าคงไม่ได้เป็นเจ้าสาวหรอก เจ้าอย่าลืมซิ ว่ามีผู้เข้าพิธีเลือกคู่กับเจ้าอีกตั้งเยอะ”
“แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้าง..”
“อาทิตย์หน้าเจ้าต้องไปพิธีอาหารค่ำที่วังหลวง”
...............................................................................
นั่นคือเหตุต้นเรื่องทั้งหมดที่ทำให้ข้าต้องมาอยู่ในงานเลี้ยงบ้าบอรอเจ้าชายยูชอนบ้าอะไรก็ไม่รู้ที่โต๊ะอาหารที่มีหญิงมากมายลายตาไปหมด พวกนางต่างต้องเข้าพิธีเลือกคู่เช่นเดียวกับข้า แต่ที่แตกต่างกันก็คือ พวกนางเป็นหญิงแต่ข้าเป็นชายนี่ไง!! ข้าคิมจุนซู ลูกชายของเจ้าเมืองข้างๆเมืองหลวงนี่ ท่านพี่นะท่านพี่ หากไม่อยากเข้าพิธีก็น่าจะบอกกันตรงๆ ไม่น่าหนีไปแบบนี้เลย
“เฮ้อ.....” ร่างบางถอนหายใจ ท่ามกลางอาหารค่ำที่แสนน่าเบื่อ ตาเรียวเล็กมองซ้ายทีขวาที่ก็เห็นแต่หญิงที่เย่อหยิ่งอยากเป็นองค์หญิงวังหลวง แต่ข้าเนี่ยซิ!! ต้องมานั่งมองพวกนางจิกกันไป แกล้งกันมาแบบนี้ มันไม่สนุกเลยสักนิด
“ถอนหายใจอะไรหรือองค์หญิง”
ปึด!!!! - - -
เสียงเส้นความอดทนของจุนซูขาดสะบั้นเมื่อได้ยินเสียงคนที่เรียกเขาว่าองค์หญิง
ข้าเป็นชายชาตรีนะ
เจ้าดูไม่ออกหรืออย่างไร
“ข้าเหนื่อย ขอตัว” ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ ใบหน้ากลมขาวใสตอนนี้ฉาบสีชมพูเรื่อๆ ด้วยความโมโห แต่ก็หาได้โวยวายแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะเอ่ยอย่างเรียบๆและสีหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อนเท่านั้น
“ท่านเหนื่อยอันใด..บอกข้าได้หรือไม่” ร่างบางมองหน้าผู้หวังดีที่เขาไม่รู้ว่าใคร ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้นั้นช่างสมเป็นชายดีแท้ ใบหน้าคมที่สะกดให้หลงไหล สายตาที่ดึงดูดให้คนมองเข้าไปค้นหา ริมฝีปากอิ่มยิ้มออกมาน้อยๆแสดงความหวังดี ร่างกายสูงใหญ่ที่เขาอยากได้ น่าอิจฉาเสียจริงเชียว
“ท่านยูชอนอย่าไปเสียเวลากับคนพรรคนั้นเลยเพคะ หิวหรือไม่ หม่อมฉันป้อนดีกว่า” เสียงหญิงสาวเก้าอี้ถัดจากจุนซูเอ่ยเรียกความสนใจจากร่างสูง ทำให้นางที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้น ต่างหมั่นไส้หล่อนจนเก็บอาการไม่อยู่
“................” ร่างบางทำหน้าเนือยๆ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น ปากแดงแบะเล็กน้อย ตาเรียวกรอกไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย
ชาตินี้ข้าไม่ขอมีพิธีบ้าบอนี้เข้ามาในชีวิตอีกเลย
ผู้หญิงเหล่านี่...ธาตุแท้แล้วช่างน่ากลัวยิ่ง
ข้าขออยู่ครองโสดเสียยังจะดีกว่า
“เดี๋ยว!!”
“เหวอ~~~!” ร่างบางที่เพิ่งลุกห่างจากเก้าอี้ไม่กี่ก้าวด้วยหน้าตาสุดเซ็งต้องหน้าเหวอทันที เมื่อโดนมือใหญ่คว้าแขนเล็กของเขา แรงที่ต่างกันมากก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัวปลิวไปตามแรง ขาที่ก้าวพลาดทำให้ร่างทั้งร่างเซไปหาร่างสูงทันที
“อ๊ะ...ท่าน..ปล่อยข้านะ” จุนซูกัดฟันเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ไม่ดังเท่าไหร่ ตอนนี้สายตานับสิบจดจ้องมาที่เขา
เป็นครั้งแรกที่จุนซูนึกกลัวผู้หญิงเหล่านี้ขึ้นมาจับใจ
อะไรบางอย่างทำให้หลังเขาชาวาบเลยทีเดียว
“เป็นอะไรหรือไม่” ร่างสูงเอ่ยถาม หากแต่สายตาดูราวกับเพ้ออย่างไรอย่างนั้น
ใบหน้ากลมอน่ารักระเรื่อด้วยชมพูที่แก้มนวลน่าสัมผัส ริมฝีปากอิ่มเย้ายวนให้ฝากรอยจูบยิ่งนัก ตาเรียวเล็กใสๆ ผมสีน้ำตาลเข้ารวบครึ่งศีรษะดัดเป็นลอนเงางาม กับชุดฟูฟ่องสีชมพูตามสไตล์เจ้าหญิงตัวน้อย ทั้งหมดช่างดูน่าถนุถนอมยิ่งนัก
แล้วทำอย่างไรเขาถึงจะได้ครอบครองร่างบางตรงหน้านี้นะ
“ไม่เป็นอะไรเพคะ และจะไม่เป็นไรมากกว่านี้หากท่านปล่อยข้า” ร่างบางเอ่ยทั้งอายทั้งโกรธในคราเดียว
ทั้งที่ข้าเป็นผู้ชายเหมือนกับเจ้า แต่ทำไมแรงถึงได้ต่างกันขนาดนี้
เจ้าทั้งตัวใหญ่ ทั้งหล่อเหลา แต่ข้าหาได้ถูกเอ่ยชมเช่นนั้นไม่
แต่มีคนเอ่ยบอกว่าข้าน่ารักกันทั้งนั้น..หึ!!~
“ข้า..ข้าขออภัยท่านด้วยที่ล่วงเกิน” ร่างสูงเอ่ยออกมาเมื่อสติถูกเรียกกลับ
“สมออย” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น ทำเอาความไม่พอใจของจุนซูมีมากขึ้นไปอีก
“เชิญแย่งกันตามสบายเถอะ ข้าขอตัว” ร่างบางกระแทกกระทั้นใส่อย่างเหลืออด เขาหันหลังเดินออกจากห้องนั้นอย่างไม่สนใจใครอีกต่อไป
อยากกลับบ้านจริงๆเลย
นี่ถ้าเราบอกว่าเราเป็นชาย เขายังจะให้เราเข้าพิธีเลือกคู่บ้าบอนั่นอีกหรือไม่นะ
“นี่..เดี๋ยวองค์หญิง” เสียงนุ่มเอ่ยเรียกตามหลัง พลันให้ร่างบางคิดว่าจะตามเขามาทำไมกัน หญิงในห้องโน้นมีถม ก็ไปเลือกซะซิ!
“นี่ฟังข้านะ..ข้าหาใช่หญิงสาวอย่างที่ท่านเข้าใจไม่ ข้าเป็นชายเช่นเดียวกับท่าน ท่านพี่ของข้าเขาไม่อยากแต่งกับท่าน ข้าเลยต้องปลอมตัวมาทำอะไรบ้าๆเช่นนี้ ท่านมีหญิงให้เลือกมากหน้าหลายตา ฉะนั้นจะเป็นกรุณามากหากจะเว้นท่านพี่ของข้าไว้ในวันเข้าพิธีเลือกคู่ของท่าน” ร่างบางหันมาปะทาร่างสูง พร้อมเอ่ยออกมาด้วยความกล้าอย่างที่ชายควรจะเป็น
“ข้าไม่สน..ข้าเลือกแล้วท่านต้องเป็นเจ้าสาวของข้าเท่านั้น!” ร่างสูงไม่ได้สนใจเนื้อความที่ร่างบางตนรงหน้าพยายามสื่อแต่อย่างใด ในเมื่อทำให้หัวใจของเขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ องค์หญิงของเขาก็ต้องรับผิดชอบมัน
“.......โรคจิต...” จุนซูได้แต่อึ้งกับคำตอบที่ได้รับ เขามองร่างสูงอย่างไม่เชื่อสายตา รึองค์ชายยูชอนนี่จะไม่เข้าใจที่เขาพูดกันนะ
“หืม..จะว่าอย่างไรก็ช่าง ท่านต้องเป็นเจ้าสาวของข้าอยู่ดี” ยูชอนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนร่างบางเริ่มหวั่นใจ
“แล้วท่านคิดว่าข้าจะโง่ปล่อยให้ตัวเองชนะในวันเลือกคู่ของท่านรึไง ท่านอย่าลืมสิว่าพิธีของท่านไม่ใช่การเสี่ยงทายมาลัย หรือเลือกคนออกไปเต้นกับท่าน แต่มีนคือการแข่งขัน”
“หากท่านชนะล่ะ”
“ฝันไปเถอะ” ร่างบางกรอกตาเป็นรอบที่สองของวันก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เจ้ารังเกียจจลูกข้าอย่างนั้นหรือ” เสียงหญิงคนหนึ่งเอ่ยตามด้านหลังของจุนซู เล่นเอาตาเรียวเล็กโตขึ้นในทันที เขาหันไปมองตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยิ้มแหยๆอย่างคนทำผิด
“เปล่าพะย่ะค่ะ..แต่กระหม่อมนั้นแท้จริงแล้วเป็นชาย ชื่อคิม จุนซู พี่สาวกระหม่อมมีความจำเป็นไม่สามารถร่วมพิธีได้ กระหม่อมจึงจำเป็นต้องมาแทน คือจริงๆแล้วพี่สาวกระหม่อมมีคนรักอยู่แล้วเลยไม่สามารถเข้าพิธีเลือกคู่ได้ แต่ถ้าวันนี้ไม่มาเลยก็คงไม่เป็นการดี กระหม่อมก็เลยต้องมาในสภาพแบบนี้พะย่ะค่ะ แต่จะเป็นเกียรติหากวันเข้าพิธีเลือกคู่นั้น องค์ราชินีจะละเมืองเล็กๆของกระหม่อมไว้สักเมือง” จุนซูเอ่ยความจริงออกมาด้วยความซื่อทั้งคำพูด และแววตา ทำเอาคนถึงทั้งสองถึงกับหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” องค์ราชินีเอ่ยถาม หากคนตัวเล็กไม่ยอกเขาคงคิดว่าเป็นหญิงจริงๆ เพราะทั้งหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่าง แทบจะไม่มีส่วนไหนที่กำยำอย่างชายชาตรีเลย
“สิบเจ็ดพะย่ะค่ะ” ร่างบางเอ่ยตอบด้วยท่าทีสุภาพ
“มาหาข้าซิ”
“.............” ร่างบางเดินไปหาหญิงสาวตามคำสั่ง หล่อนพิจารณาจุนซูอยู่สักพักก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมาอีกครา
“ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าหรอกนะ หนูหน้อย..หากเจ้าจะมาเป็นสะใภ้ของลูกข้าจริงๆ..ความจริงใจใสซื่อของเจ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องคิดเช่นเดียวกับข้า” เธอเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปบอกเจ้าลูกชายตัวดีของเธอ
“อย่าแกล้งน้องนักนะ..แต่จะพาลโดนเลียดเอา”
“ขอรับ เสด็จแม่” ร่างสูงเอ่ยรับอย่างรู้ใจว่าท่านแม่ของเขาเองก็คงอยากได้จุนซูมาเป็นสะใภ้แล้วล่ะ เพราะเมืองเล็กเมืองน้อยต่างก็ส่งลูกสาวที่มักใหญ่ใฝ่สูง หลงไหลในเงินทองและอำนาจมาเพื่อการนี้ หากแต่คนตัวเล็กนี่กลับยอมรับออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจ ขนาดเขาเองยังอดชื่นชมไม่ได้ในความกล้านั้น
“ให้พี่เขาพาไปเดินเล่นสักหน่อยซิจุนซู เพิ่งเข้าวังหลวงครั้งแรกมิใช่เหรอ”
“แต่ว่า จุนซูเดินจนทั่วแล้วล่ะพะย่ะค่ะ แฮะๆ..ให้ท่านยูชอนเขาไปเอ่ยทักทายหญิงข้างในท่าจะเป็นการดีกว่ากระมัง”
“หึๆ เด็กน้อย..หญิงเหล่านั้นจะงาบหัวลูกชายฉันอยู่รอมร่อ คิดดูหากเจ้าเป็นพี่เขาซิ” เธอบอกพร้อมติดขำๆ ยิ่งเห็นหน้าคิดหนัดของจุนซูเธอยิ่งเอ็นดูมากขึ้นไปอีก
“นั่นซินะ...แล้วท่านกลัวพวกนางรึเปล่า” ร่างบางหลุดคำถามออกมาทำเอาอมยิ้มที่กลั้นเสียงหัวเราะไว้ปิดมันไม่มิดเสียแล้ว
“ฮ่าๆ...ทำไมรึ เจ้ากลัวพวกนางหรือ ถึงได้ออกมาเช่นนี้”
“ขำอะไรเล่า..ท่านลองเป็นข้าดูบ้างซิ” ร่างบางงอนเข้าเสียแล้ว ตามแบบฉบับเด็กแสนงอนเสียด้วย
“เจ้าพาน้องออกไปเดินเล่นดีกว่า..เดี๋ยวด้านในแม่จัดการเอง...จุนซูหากพี่เขาแกล้งให้บอกข้าได้เลยนะ เดี๋ยวข้าจัดการเอง” เธอบอกกับบูกชาย ก่อนหันมาบอกกับจุนซูพร้อมลูบศีรษะนั้นเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องอาหารที่ทั้งคู่เพิ่งออกมา
“ข้าไปล่ะ” ร่างบางมองอีกฝ่ายด้วยอาการงอนไม่หายที่ยูชอนหัวเราะตน ขาเรียวก้าวพากระโปรงฟูฟ่องลายดอกไม้สีชมพูแสนหวานหวังจะออกจะตรงนี้
“ไปไหนกัน”
“กลับบ้านน่ะซิ จะให้อยู่เท่าไมเล่า” >3<
“กลับอย่างไร..ทหารแถวนี้กลัดมันนะ ตัวก็ล่ำๆกันทั้งนั้น พวกเขาไม่สนกันหรอกว่าจะเป็นหญิงระชึชาย ขอให้ได้ปลดปล่อยก็พอ” ร่างสูงเนียนโอบเอวบางก่อนจะกระซิบที่ข้างหู แถมยังแอบสูดกลิ่นกายหอมๆนั้นอีก แต่จุนซูหรือจะทันคนประเภทนี้
ไม่มีทางซะหรอก
“โกหก...ข้าจะไปฟ้ององค์ราชินีว่าท่านแกล้งข้า”
“ไปซิ..แต่เดี๋ยวก่อน”
“อะไรล่ะ..นี่ปล่อยข้านะ แกล้งข้าอีกแล้ว หึ!” ร่างบางเริ่มไปพอใจอย่างสุด
“เอาให้คุ้มหน่อยแล้วกัน ไหนๆเจ้าก็จะฟ้องแล้ว”
“อื้อ...” ร่างบางประท้วงเสียงอื้ออึงกับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต เขาแสดงอาการผลักไสทั้งขัดขืนออกมาอย่างสุดชีวิต ตรงข้ามกับอีกฝ่ายที่ทั้งต้องการ และกอดร่างบางไว้ให้แน่นที่สุด พลางกดจูบลงไปที่กลีบกุหลาบราวกับต้องการสูดหาความหอมหวานไม่รู้จบ ลิ้นเรียวสอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก ทำเอาอีกฝ่ายต้องสั่นระริกด้วยความตกใจลิ้นเล็กดุนดันลิ้นของคนฉวยโอกาสให้ออกจากปากแสนเย้ายวนของเขาหากแต่ไม่เป็นผลเลยสักนิด แรงที่มีมันช่างจ่างกันเหลือเกิน มือแกร่งข้างหนึ่งสอดเข้าไปรับช่วงท้ายทอยของจุนซู ให้ตอบสนองจูบของเขา ส่วนอีกข้างก็โอบกอดร่างเล็กไว้ราวกับไม่ต้องการให้ห่างตัว กระทั่งน้ำตาจากคนตัวเล็กไหลรินออกมาร่างสูงถุงกับทำอะไรไม่ถูกเพราะความอึ้ง
“ฮือๆ...ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต คนนิสัยไม่ดี ฮือๆๆ” ร่างบางร้องงอแงออกมาราวเด็กถูกแกล้ง แต่มันก็จริงอย่างนั้น ร่างสูงแกล้งเขาแรงเกินไป ความไม่เคยทำให้ร่างเล็กตกใจเมื่อต้องเจอกับครั้งแรกที่หนักหน่วงเช่นนี้
“แต่งงานกับข้านะ ข้าจะรับผิดชอบสิ่งที่ข้าทำกับเจ้าเอง..จุนซูของข้า” ร่างสูงยังคงโอบเอวเล็กนั่นไว้ มืออีกข้างเปลี่ยนมาปาดน้ำตาให้กับคนในอ้อมแขน
“ฮึก..ไม่เอา..” ร่างบางเอ่ยเสียงดังฟังชัด ใบหน้ายังคงบูดบึ้งเพราะความรู้สึกแย่ๆที่ปนเปกัน น้ำตานั้นยังคงไหลรินออกมาอย่างต่อเนื่อง
“โอ๊ะโอ...น้องข้าโดนปฏิเสธเหรอเนี่ย” เสียงหวานๆเอ่ยออกมา ความตกใจทำให้ทั้งคู่ต้องรีบผละออกจากกัน
“เนี่ยเหรอ..น่ารักจังนะ ชื่ออะไรหรือ..โดนแกล้งรึเปล่าเนี่ย” ตากลมโตสีนิลจดจ้องใบหน้าของจุนซูอย่างชื่นชม เช่นเดียวกับที่จุนซูมองอีกฝ่ายพลางนึกไปถึงตุ๊กตาผู้หญิงน่ารักๆสักตัว แต่ชุดที่ใส่บ่งบอกได้อย่างดีว่านี่คือผู้ชาย
“ข้าเป็นผู้ชายนะ แล้วก็ไม่ได้น่ารักด้วย ข้าชื่อคิมจุนซู” ร่างบางทำท่าจะงอแงอีกคราเสียแล้ว แต่เสียงใสๆที่เอ่ยออกมาดูเหมือนกำลังเริ่มะโวยวายเต็มที่แล้วล่ะ
“โอ๋ๆๆ..แล้วโดนเจ้ายูชอนแกล้งรึ” ปาร์คแจจุงผู้พี่เอ่ยถามอย่างเฉไฉเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย เพราะกลัวลูกแมวน้อยจะร้องงอแงพาลโกรธตัวเองเอาเสียก่อน
“ฮือ..” ร่างบางร้องออกมาพร้อมพยักหน้าทันที
“เจ้าไก่ทำอะไรเจ้ารึ..โอ๋ๆ ไม่ร้องๆ” แจจุงที่เห็นร่างบางเป็นลูกแมวน่ารักเดินเข้าไปหวังจะกอดร่างเล็กแต่ก็โดนอีกฝ่ายกันไว้เสียก่อน
“ท่านพี่..นี่ของข้า ท่านเองก็มียุนโฮอยู่แล้วนี่”
“จับนิดจับหน่อยไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้” ยูชอนถึงกับเสียงเขียวขึ้นมาทีเดียว ท่ามกลางสงรามเล็กๆ เขาคงเล็กไปแล้วล่ะ ว่าจุนซูกำลังร้องไห้อยู่
--------------------------------------------------
หนึ่งวันก่อนวันเข้าพิธีเลือกคู่...
“ท่านพี่..ข้าจักทำอย่างไรจึงจะได้แต่งงานกับจุนซู ดูเหมือนเขาไม่ใยดีต่อหข้าเลย” ยูชอนเอ่ยอย่างเหนื่อยใจเป็นที่สุด
ไปหาที่เมืองของจุนซูก็แล้ว ร่างเล็กก็บอกว่าปวดท้องอยากพักผ่อน
พาไปเที่ยวทะเล ก็วาดรูปไก่แล้วเขียน “ยูชอนคนบ้า!!”
พอจะคุยด้วยก็หาเรื่องหลบหน้าอยู่ร่ำไป
กระทั่งเชิญมาทานอาหารค่ำที่วังหลวงก็ยังเมินเขาอีก
ปาร์คยูชอนคนนี้จนปัญญาจริงๆ
“เจ้าต้องหาวิธีที่คัดเลือกคู่ที่แมวน้อยชนะแน่นอน” แจจุงเอ่ยบอกขณะที่จิ้มอาหารว่างเข้าปากอยู่บนโต๊ะว่าราชการของเขาร่างสูงผู้ได้ขอคำปรึกษาจากพี่ชายหน้าหวานที่เข้ากับจุนซูได้ดีกว่าเขา..
นิดนึง....
“แล้วจะทำอย่างไรกันดี” ร่างสูงคิดไม่ตกพรุ่งนี้แล้ว..
“อืม...แข่งอะไรที่แมวน้อยจะชนะได้น้า~~~”
“ต้องเป็นสิ่งที่จุนซูไม่สนใจแล้วชนะซินะ”
“ไม่สนใจแล้วจะชนะเหรอ..”
“หึๆ..ท่านพี่ ข้าคิดออกแล้วล่ะ” ร่างสูงยิ้มร้ายอย่างคนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบพี่ชายหน้าหวาน
“คิกๆๆ เจ้าเนี่ย..ชั่วจริงเลยนะ” เสียงใสเอ่ยชม(?) น้องชายก่อนยิ้มให้อีกฝ่าย
“ชมแล้วรึ” ร่างสูงมองอย่างสงสัยแต่ก็เดินออกจากห้องอย่างไม่เอาเรื่องอะไร
พี่ข้าก็อย่างนี้ล่ะ
ชอบหลอกด่าเสียจริง
รอข้าก่อนเถอะ จุนซูของข้า
รับรองเจ้าต้องเป็นของข้าแน่นอน
วันต่อมา
“เหล่าองค์หญิงทั้งหลาย บัดข้าในนามตัวแทนขององค์ชายยูชอน นามยุนโฮ องครักษ์เอก ขอประกาศกติกาของการเลือกคู่ในวันนี้” ร่างสูงเอ่ยบอกด้วยเสียงคมคาย ใบหน้าคมหล่อเหลาราวเทพบุตรเรียกความสนใจจากบรรดาว่าที่เจ้าสาวทั้งหลาย แม้กระทั่งผู้ชายตัวเล็กๆอย่างจุนซูยังหันมองอย่างสนใจ
โห...กล้ามล่ำบึ๊ก!!!
หน้าตาคมคาย
เสียงทุ้มกังวาล
เนี่ยล่ะต้นแบบชายชาตรีของข้า!!
จุนซูต้องเป็นอย่างยุนโฮให้ได้
“การแข่งขันของเราคือการต้มน้ำเลือกคู่..กติกามีอยู่ว่าน้ำในหม้อของใครเดือดก่อนผู้นั้นก็เป็นผู้ชนะ และจะได้เข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายยูชอนอย่างไม่มีเงื่อนไข” ร่างสูงเอ่ยจบก็เงยหน้านิ่งพลันสายตาสะดุดกับคนที่ได้ชื่อว่าแมวน้อยของคนรักที่เขาเองก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
นั่นน่ะหรือแมวน้อยจุนซู
ท่าจะซนเสียด้วย
“แบร่..” ร่างบางแลบลิ้นพลางคิดว่าเขาต้องแพ้ให้ได้ คิดแล้วเขาก็ยิ้มให้กับตัวเอง ต่างจากยุนโฮ แจจุง และ ยูชอนที่มองอย่างนึกขัน
ไม่รอดแน่ๆ แมวน้อย
ห้านาทีผ่านไปหม้อใบใหญ่ที่มีน้ำอยู่ข้างใน พร้อมสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ก็มาวางตรงหน้าของเหล่าว่าที่เจ้าสาว รวมไปถึงจุนซูที่หน้ามุ่ย เพราะเขาไม่คิดที่จะสนใจหม้อใบยักษ์แม้แต่น้อย พลางคิดไปว่าระหว่างนี้เขาจะทำอะไรดี ร่างบางวันนี้มาในชุดสีชมพูหวานๆ พร้อมดอกไม้ประดับที่ผมจัดทรงน่ารักน่ามอง เพิ่มความโดดเด่นให้คนน่ารัก เหตุผลเดียวที่จุนซูยอมที่จะใส่ชุดผู้หญิงอีกครั้งนั่นก็คือ..
การถูกบังคับให้ใส่ โดยคนเลือกชุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคนขี้แกล้งนั่นเอง
“...............” ยูชอนมองแมวน้อยจุนซูอย่างไม่ละสายตา อดชื่นชมตัวเองไม่ได้ที่เลือกชุดสีชมพูอ่อนๆฟูฟ่องให้จุนซูใส่ แต่ท่าทางที่ร่างบางนั่งเนี่ยซิ มันไม่ได้ถนอมสายตาคนมองเลยสักนิด ก็ไอ้ท่านั่งแรกๆ พอเบื่อก็ลงมานั่งขัดสมาธิกับพื้นบ้างล่ะ เปลี่ยนเป็นนอนข้างเตาร้อนๆบ้างล่ะ บางทีร่างเล็กก็พยายามมองหาที่เขี่ยท่อนฟืนให้ออกจากเตาบ้างล่ะ แต่ทำอย่างไรไฟก็ยังคงลุกโชนเช่นเดิม
แน่นอนล่ะ ก็เตาของแมวน้อยจุนซู มีน้ำมันราดอยู่บนฟืนน่ะซิ อีกทั้งร่างบางไม่ได้สนใจที่จะเปิดฝาหม้อ มันก็ยิ่งทำให้น้ำในหม้อเดือดเร็วเท่านั้น แต่น่าสงสารที่จุนซูผู้ใสซื่อของเราไม่รู้เรื่องเลย แถมยังทำหน้างอนใส่ท่อนฟืนอีก ปากบางเองก็บ่นไปเรื่อย จนในที่สุด ร่างเล็กก็เลือกที่จะนั่งนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้อย่างจำใจเพราะทำอะไรไม่ได้เลย
กระทั่งเวลาผ่านไปได้สิบนาที
ร่างบางง่วงเต็มทนได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาหลับไม่สนใจฟ้าดิน ในขณะที่องค์หญิงคนอื่นๆนั่งบ่นไปพลาง เปิดฝาหม้อดูไปพลางเพราะต้องการให้มันเดือดไวๆ แต่การเปิดฝาหม้อบ่อยๆนั้น ถ้าใครเข้าครัวก็ต้องรู้ล่ะน่า..ว่ามันทำให้น้ำเดือดช้าลง
ปุดๆๆๆๆ
“หืม..” ร่างบางได้ยินเสียงปุดๆดังอยู่ตรงหน้า ตาเรียวเล็กปรือขึ้นมองก่อนจะตกใจกับสิ่งที่เห็น
“เฮ้ย!!....” ร่างบางตกใจอย่างมากเพราะไม่คาดคิดว่าน้ำในหม้อของตนเองจะเดือดขึ้นมา ยิ่งมองซ้ายมองขวาก็ไม่มีของใครที่เดือดก่อนเขาเลย เขาหน้าซีดลงทันที
“แย่แล้ว...ฮึก” ร่างบางดูท่าจะร้องไห้ขึ้นมาพร้อมสิ่งที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นกับตัว
จุนซูไม่คิดว่าเขาจะต้องแต่งงาน
แล้วยิ่งแต่งงานกับผู้ชายด้วยแล้วยิ่งไม่คิดเลย
อีกทั้งต้องแต่งงานกับคนที่ขโมยจูบครั้งของเขาด้วยแล้วยิ่งคิดก็ยิ่งอยากหนีเข้าไปใหญ่
เต๊งๆๆ
เสียงระฆังหมดเวลาดังขึ้น สร้างความพึงพอใจให้แก่พี่น้องตระกูลปาร์คเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับจุนซูแล้ว เขากลับไม่คิดเช่นนั้นเลย
“เราได้ผู้ชนะในการแข่งขันแล้ว นั่นก็คือ องค์หญิงจุนซูแห่งเมืองดงบังชินกิ” ยุนโฮประกาศก้อง
“ไม่เอา..ข้าไม่แต่ง” ร่างบางโวยวายขึ้นมาทันที เรียกความสนใจและความหวังแก่เหล่าองค์หญิงผู้พ่ายแพ้ทั้งหลาย
“แต่เราประกาศตั้งแต่ต้นแล้วว่าการแต่งงานจะไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น” ยุนโฮเอ่ยต่อ เขาอดกลั้นต่อการหัวเราะกับแมวน้อยที่กำลังขู่ฟ่อๆกับเขา พร้อมแสดงสีหน้าเรียบเฉย
“แต่ข้าเป็นผู้ชาย” ร่างบางประกาศตัวอย่างกล้าหาญ ตามมาด้วยเสียงซุบซิบมากมายซึ่งจุนซูเองก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
“ข้าไม่สน..เจ้าคือผู้ชนะ และผู้ชนะก็จะต้องเป็นเจ้าสาวของข้า” ยูชอนเอ่ยออกมาเสียงดังกังวาน ประกาศตัวไปเลยว่าอย่างไรเสียจุนซูก็ต้องเป็นของเขาแน่นอน
“เชิญทางนี้ท่านจุนซู” ยุนโฮเองก็คิดว่าแมวน้อยช่างเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ยิ่งนัก คงจะมีสีสันไม่น้อยหากมีจุนซูเข้ามาอยู่ในวังหลวง
“ไม่ไป” ร่างบางกอดอกเชิดหน้าอย่างคนถูกขัดใจ
“ท่านคงไม่อยากให้เมืองของท่านต้องเดือดร้อนหรอก..เชื่อข้าเถิด หาใครแกล้งท่านก็ขอให้บอกข้าเถิด หรือไม่ก็บอกใครก็ได้ที่นี้ ทุกคนเข้าข้างท่านแน่นอน..มาเถอะ” ยุนโฮเอ่ยกับจุนซูอย่างเห็นใจปนขันในความเป็นเด็กของจุนซู
“ยูชอนแกล้งข้า” ร่างบางยอมเดินตามแต่โดยดี เห็นแก่เมืองของข้าหรอกนะ
“ก็บอกท่านแจจุงซิ”
“ไม่เห็นต่างกันเลย..แจจุงก็แกล้งข้า”
“ก็บอกองค์ราชินีซิขอรับ ^^” ร่างสูงแม้พูดกับจุนซูไม่กี่คำกเริ่มรู้แล้วล่ะว่าทำไมใครถึงชอบแกล้งแมวน้อยนี้จัง ขนาดเขาเองก็ยังอดใจแทบไม่ไหวเลย หึๆๆๆ
“เจ้าเป็นของข้าแล้วนะ” เมื่อคนน่ารักเดินมาอยู่ที่ตรงหน้ายูชอน เขาก็เอ่ยบอกกับคนน่ารักอย่างอ่อนโยนพร้อมถอดดอกไม้พร้มอดับบนผมสวยออกแล้วเปลี่ยนเป็นมงกุฎเล็กๆเพื่อแสดงให้เป็นถึงลำดับความเป็นเจ้าหญิงแห่งวังหลวง ทำเอาคนถูกใส่หน้ามุ่ยออกมา
“เจ้าแกล้งข้า..”
“ก็เจ้ารังเกียจข้านี่..ข้าเลยอยากแกล้ง^^”
“โรคจิต..นิสัยไม่ดี รู้แล้วยังจะแกล้งข้าอีก” >3<
“ข้ายอมทุกอย่างเพื่อให้เจ้าเป็นของข้า” คำพูดแสนอบอุ่นที่เอ่ยออกมาจากปากร่างสูง พร้อมฝ่ามือที่อ่อนโยนที่สัมผัสพวงแก้มสีชมพูธรรมชาติ ทำเอาความรู้สึกที่จุนซูต่อต้านมันมาตลอดทั้งอาทิตย์ต้องผุดขึ้นมาอีกครั้ง
อาการใจสั่นแปลกๆเมื่อเจอคนขี้แกล้งนี่อย่างไรเล่า
“ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าเจ้าสาวของข้าคือคิมจุนซูแห่งเมืองดงบังขินกิ และข้าจะจงรักภักดีต่อความรักที่มีต่อคิมจุนซูแต่เพียงผู้เดียว” ยูชอนเอ่ยประกาศต่อสาธารณะชน ที่เรียกได้ว่าไม่มีใครสนใจเลยว่าร่างบางนี้จะเป็นผู้ชาย เพราะอันที่จริงแล้ว แทบไม่มีใครเชื่อเสียด้วยซ้ำ ต่างคนต่างเข้าใจกันว่าเป็นความแสนงอนของคนน่ารักเสียมากกว่า
“ตาเจ้าแล้ว จะยอมเป็นเจ้าสาวของข้าแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่”
“ไม่ได้..!!”
“ไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่เมืองเจ้าก็มีความผิดฐานหลอกลวงวังหลวงไปแล้วกัน”
“ก็ได้..ขี้แกล้งเสียจริง” ร่างบางมองตามตาเขียวปั๊ด สร้างความพอใจให้พี่น้องตระกูลปาร์คเสียจริง จนยุนโฮที่ยืนอยู่ใกล้ๆอดสงสารไม่ได้
จากนี้ไป..คงต้องโดนแกล้งอีกเยอะเลย
ขนาดนี้องค์ชายชางมินที่เป็นยอดของการกลั่นแกล้งยังไม่กลับมานะเนี่ย
ท่าทางแมวน้อยจะเจอศึกหนักเสียแล้ว
“ข้าขอประกาศว่าข้าจะเป็นเจ้าสาวของปาร์คยูชอน” ร่างบางเอ่ยขึ้นบ้าง ก่อนจะหันมาจิกตามองยูชอน
“พอใจยัง”
“บอกไปด้วยว่าเป็นคนรักของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
“ฮึ่ย...และข้าจะเป็นคนรักขององค์ชายยูชอนแต่เพียงผู้เดียว!!”
“พอใจหรือยัง”
“ต่อไปก็จูบสาบาน”
“จุ๊บเฉยๆก็พอ”
“จูบซิถึงจะพอ”
“...........” ร่างบางเริ่มแบะปากจะร้องไห้อีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าเขาโดนแกล้งมากเกินไป และมันก็ได้ผลเสียทุกครั้งไปล่ะน่า
“ก็ได้..”
จุ๊บ!!~~~
“ข้ารักเจ้า..จุนซูของข้า” ร่างสูงเอ่ยออกมา ทำเอาหัวใจน้อยๆของอีกฝ่ายวูบไหว
ยูชอนคิดว่าคำพูดที่อ่อนโยนของเขาจะทำให้ร่างบางใจอ่อน
ยูชอนคิดว่าสักวันร่างบางต้องรักเขาให้ได้
“แล้วเจ้ารักข้าหรือไม่”
คำถามที่ออกมาจากปากยูชอนกำลังทำหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ
มือที่สัมผัสมือของจุนซูกำลังทำให้ใบหน้าเขาร้อนผ่าว
จุ๊บของร่างสูงเมื่อครู่ทำให้สมองจุนซูหยุดการทำงาน
จุนซูไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ทำไมมันเกิดขึ้นกับยูชอนคนเดียว
เขาไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร
มันคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้...
นอกเสียจากอารมณ์ที่เขาเรียกว่าไม่พอใจล่ะมั้ง???
“ฝันไปเถอะ..แบร่~~!!”
HAPPY END?